สมัครสมาชิกพรีเมี่ยม

“แอบรัก”ใครสักคน เอาไงดีน้อ....?

โดย: คุณหลวง, 12 กันยายน 2556
“แอบรัก”ใครสักคน เอาไงดีน้อ....?
เคยมั้ย ?...
ตอนที่เราเป็นเด็ก เราแอบชอบเพื่อนร่วมห้อง หรือเพื่อนต่างห้อง เพราะความน่ารักของเขาหรือเธอ แต่ความรู้สึกแบบเด็กๆ ก็มักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พอเราโตเป็นวัยรุ่น เราแอบชอบใครสักคนที่เราได้เจอเขาบ่อยๆ เขาช่างดูดี มีเสน่ห์ น่าหลงไหล แต่เราก็ไม่กล้าบอก จนกระทั่งเรียนจบ แยกย้ายกันไป แต่เราก็ยังจำคนที่เราแอบรักได้ดี

พอเราเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน เราแอบชอบคนในบริษัทเดียวกัน ในใจก็แอบหวังว่า เขาจะยังไม่มีเจ้าของ และเขาจะเปิดใจยอมรับเรา

ความรู้สึกที่เรียกว่า “ปิ๊ง” หรือ “แอบรัก” ใครสักคนนั้น ว่ากันว่า เกิดขึ้นได้แบบไม่เลือกสถานที่หรือเวลา รวมทั้งยังเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กๆ แบบ “ปั๊บปี้เลิฟ” หนุ่มสาวแบบ “เขาแอบชอบตะเองอะ” หรือกลุ่ม ส.ว.(สูงวัย) แบบ “หนึ่งมิตรชิดใกล้” และความรู้สึกแอบรักนี้ ก็จะเติบโต ลุ่มลึก จริงจัง ตามวัยที่เพิ่มขึ้น แต่กระนั้น บางคน กว่าจะเกิดอาการ “ปิ๊ง” ใครก็ยากเหลือเกิน ผ่านไปหลายสิบฤดูหนาว ยังหาใครมาแก้เหงาไม่ได้ ขณะที่บางคนกลับ “ปิ๊ง” ง่ายเหลือเกิน ไปเที่ยวที่ไหน ไปเจอคนใหม่ๆ ก็ถูกตาต้องใจไปเสียหมด พอเพื่อนถามก็ให้เหตุผลว่า“ไม่ได้เจ้าชู้ แต่ประตูใจมีหลายบาน”ซะงั้น…

ความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงาม แม้จะเป็นเพียงแค่การแอบรัก หรือ “รักเขาข้างเดียว” ก็ตาม จิตใจก็ยังชุ่มชื่นไปด้วยความสุข ความฝัน และความหวัง แต่ขณะเดียวกันก็เจือไปด้วยความกังวลและความหวั่นไหว ลึกๆ อาจรู้สึกเหมือนลุ้นหวยรางวัลที่ 1 ที่ไม่มีกำหนดออกที่แน่นอน ถ้าเกิดคนที่เราแอบรัก เขามีใจตอบกลับ เขาก็ชอบเราอยู่เหมือนกัน เราก็คงจะร้อง “ไชโย!” ประกาศเลี้ยงโต๊ะจีนได้เลย แต่ถ้าเกิดไม่ใช่อย่างนั้น เพราะเขาไม่ชอบเรา หรือเพราะเขามีคนอื่นแล้ว หรือเพราะเขาไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศตรงข้าม ฯลฯ ก็อาจเกิดอาการ “ช็อก” อกหัก รักคุด สุดจะ SAD ได้ หรือต่อให้ไม่เศร้ามากมาย แต่ก็คงจะซึมไปมิใช่น้อย

เพราะ“การแอบรักใครสักคน” บางทีก็ไม่ได้เป็นเวลาสั้นๆ แต่เป็นเวลานานเป็นปี หรือหลายปี แอบกันจนมิด หรือแง้มๆ ให้อีกฝ่ายรู้แต่เขาก็ยังทำเป็นไม่รู้(หรือไม่อยากรับรู้ ?!) พวกที่ “แทงหวยถูก” ได้กลายเป็นคนรักของคนที่ตัวแอบรักนั่นไม่ต้องพูดถึง แต่ฝ่ายที่ต้องช้ำชอกกรอกน้ำใบบัวบกนี่สิ มันเป็นประสบการณ์ความผิดหวังครั้งสำคัญของชีวิตเลยทีเดียว ตราบเท่าที่เราไม่บอกเขาไปว่าเรามีใจให้เขา และถามเขาตรงๆ ว่าคิดกับเราอย่างไร “จะลองคบกับฉันได้ไหม” เราก็ไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่า สิ่งที่เราคิดอยู่นั้นจะออกหัวหรือออกก้อย ยิ่งประวิงเวลาออกไปนาน เพราะความไม่กล้าเผชิญหน้าความจริงก็ยิ่งทำให้โอกาสของตัวเองถอยห่างออกไป “แหม...ก็เขาเป็นกุลสตรีนี่ จะให้ไปบอกชอบผู้ชายได้ไง”  แหม่ๆๆๆ...สมัยนี้มันยุค 3G แร้วววว วิธีบอกมีตั้งมากตั้งมาย ไม่กล้าบอกด้วยปาก ก็ใช้เอสเอ็มเอส อีเมล์ เฟซบุ๊ก ไลน์ วอทแอพ ฯลฯ สารพัดที่จะบอกความในใจออกไป ใครๆ เขาก็บอกรักกันทั้งโลก เพราะ “ถ้าไม่บอก ก็ไม่มีสิทธิ์ได้ไปต่อ”

เคยมีการเปรียบเทียบว่า การแอบรักใครสักคนนั้น ก็เหมือนกับ “นายพรานที่เงื้อธนูใส่กระต่าย แต่ไม่กล้าปล่อยลูกธนู” สุดท้าย กระต่ายกระโดดหนีไป หรือสุดท้าย ถูกนายพรานคนอื่นคว้าไป หรือ ถูกหมาป่ามาฉวยคาบไป ปล่อยให้นายพรานผู้ไม่กล้ายิงธนู “เอ๋อรับประทาน” (การเปรียบเทียบนี้น่าจะเป็นที่มาของสำนวนที่ว่า ม.ค.ป.ด.)

“การแอบรัก” นั้น เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมทำให้ใจเป็นสุข แต่ถ้าชั่งใจตัวเองเมื่อไรแล้วเห็นว่า อยากจะเดินหน้าต่อ ไม่ใช่แค่แอบรัก แอบปรารถนาดีเท่านั้น ก็จำเป็นต้องไป “เปิดอก”ที่แน่นด้วยความรู้สึกให้อีกฝ่ายเขารู้เสียที จะรู้ดีรู้ชั่ว ก็ยังดีกว่ากล้ำกลืนมันไว้กับตัวเองนะ

บทความนี้จัดทำโดย www.PremiumMate.com เว็บไซต์หาคู่ สื่อกลางสำหรับคนไทยวัยทำงานคุณภาพ เพื่อค้นหาเพื่อน หาแฟน หาคู่ ด้วยตนเอง ทางเราจึงขอสงวนสิทธิ์ การคัดลอกเนื้อหาทุกบทความของทางบริษัทฯ

กรณีต้องการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิง กรุณาติดต่อที่ webmaster@premiummate.com เท่านั้นค่ะ