แลกรับสิทธิพรีเมี่ยม

ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ อาหารไทยจีนสูตรชาววังแสนเลิศรส

โดย: , 28 สิงหาคม 2555
ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ อาหารไทยจีนสูตรชาววังแสนเลิศรส
จำได้ว่าเมื่อครั้งสมัยที่ยังเด็กๆ กว่า 10 ปี ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พ่อกับแม่มักจะชอบชวนนั่งรถตุ๊กตุ๊กหรือรถไฟ เข้าไปเปิดหูเปิดตาชมความเจริญและเที่ยวชมตึกสูงลับฟ้าที่ขึ้นอยู่ใจกลางเมืองฟ้าอมร ตั้งแต่เช้าจรดเย็นกันอยู่บ่อยๆ และมีอยู่ครั้งหนึ่งและเป็นครั้งเดียวซึ่งมันยังวนเวียนอยู่ในความทรงจำที่ปลายลิ้น หลังจากเราชมความงามของสถานีรถไฟหัวลำโพงกันจนเสร็จ พ่อกับแม่ก็พาครอบครัวน้อยๆ ของเรานั่งรถตุ๊กตุ๊กเลาะเลี้ยวกินลมชมวิวไปตามถนนพระราม 4 เพื่อฝากท้องกินข้าวเย็น ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บริเวณสวนลุมพินี โดยร้านอาหารแห่งนี้มี ตราครุฑ ติดอยู่ที่หน้าร้านและที่สำคัญกว่านั้นคือเมนูไก่ย่างที่เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มนั้นช่างอร่อยและเด็ดมากๆ โดยเป็นรสชาติที่หากินได้ยากตัวเนื้อไก่สีขาวน่าทาน พร้อมความนุ่มและหอมกรุ่น ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนของทางร้านอาหารแห่งนี้และความอร่อยนั้นก็ยังคงติดปากเราจวบจนถึงปัจจุบัน แต่ที่น่าเสียดายคือด้วยระยะเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนาน หลายปีทำให้ชื่อร้านนั้นถูกลบเลือนไปจากเมโมรีที่อยู่ในหัว ทำให้เราต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตและกูเกิลเพื่อเสิร์ชหาตำนานความอร่อยของภัตตาคารย่านถนนพระราม 4 และกลับไปลิ้มรสกันอีกครั้ง

หลังจากใช้เวลาค้นหาชื่อและสถานที่ตั้งของร้านอาหารเก่าแก่ย่านถนนพระราม 4 อยู่ครู่ใหญ่ เราก็พบกับคำตอบที่กำลังค้นหาอยู่ โดยร้านอาหารแห่งนี้มีชื่อว่า “ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ” ภัตตาคารอาหารรูปแบบ ไทย จีน ซีฟู้ด ที่ได้รับเกียรติยศอันสูงสุด นั่นคือ ได้รับพระราชทานตรา “ครุฑ” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากทางภัตตาคาร ได้มีโอกาสรับใช้พระองค์ท่านเกี่ยวกับงานสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งานเลี้ยงส่วนพระองค์ เนื่องในวันพระราชสมภพ หรือวันอภิเษกสมรส เป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารแห่งแรกที่ได้รับพระราชทานตราครุฑเลยทีเดียว

เมื่อเราทราบสถานที่ตั้งแล้วเราก็ออกเดินทางโดยเลือกใช้บริการของระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงยังสถานีลุมพินี โดยภัตตาคารจันทร์เพ็ญนั้นหาไม่ยาก เพราะตั้งอยู่ตรงข้ามกับสนามมวยลุมพินี และติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีลุมพินี หรือหากใครอยากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกเพราะที่นี่มีที่จอดรถสามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 150 คัน จากนั้นพอเราก้าวขาผ่านประตูทางเข้าก็พบกับรูปแบบการตกแต่งร้านที่เรียบง่ายดูคลาสิกของดีไซน์แบบไทยและจีนผสมผสานกันได้อย่างลงตัว พร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้ขัดมันและโทนสีที่ดูสว่างและสบายตา โดยบรรยากาศภายในร้านจะเน้นความเป็นกันเองเหมาะสำหรับการมาสังสรรค์กับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้แต่ดินเนอร์กับคนรักก็ตาม


เอาละ...ก็ถึงช่วงไฮไลท์เด็ดของรีวิวนี้กันเสียทีเพราะเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน กำลังตั้งตารอชมเมนูอาหารร้อนๆ ที่กำลังเสิร์ฟอยู่บนโต๊ะของ ภัตตาคาร จันทร์เพ็ญ ที่เปิดมานานกว่าศตวรรษแล้วใช่ไหม แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าแม้ตัวร้านจะเก่าแก่มากแค่ไหน แต่รสชาติความเอร็ดอร่อยของอาหารที่มีให้เลือกลิ้มลองกว่า 100 รายการ ทั้งไทย จีน และซีฟู้ด รวมถึงขนมหวาน ของว่างและเครื่องดื่ม ก็ยังคงมาตรฐานไม่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและยังคงติดปากอยู่เช่นเคย จึงทำให้ลูกค้าที่เคยมาสัมผัสทั้งขาประจำและขาจรก็ต้องแวะเวียนกลับมาใช้บริการแน่นขนัดร้านเกือบทุกวัน ถ้าอย่างนั้นเราไม่พูดพร่ำทำเพลงให้ท้องร้องกันแล้ว เตรียมหยิบช้อนส้อมแล้วเตรียมรับประทานไปพร้อมๆ กัน

โดยเมนูแรกที่อยากจะแนะนำ และได้เกริ่นไปตั้งแต่ตอนต้นก็คือ เมนูไก่ย่างชายทะเล ซึ่งถือเป็น Signature ของทางร้านเลยก็ว่าได้ เพราะหากคุณมาลิ้มลองอาหารของที่นี่จะสังเกตได้ว่าเกือบทุกโต๊ะจะต้องมี ไก่ย่างชายทะเล วางโดดเด่นโชยกลิ่นหอมเตะจมูก สำหรับเมนูนี้มีมานานกว่า 60 ปี เป็นไก่ย่างที่มี
สูตรเด็ดเคล็ดลับเฉพาะของทาง ภัตตาคาร จันทร์เพ็ญ เอง ขายเป็นตัวในราคาตัวละ 260 บาท พร้อมน้ำจิ้มสูตรพิเศษหนักไปทางเครื่องเทศจำพวกกระเทียมและสมุนไพร รสชาติกลมกล่อม เนื้อไก่นุ่ม หนังไก่จะกรอบและหอมเตะจมูก แต่หากไม่ต้องการเป็นตัวอาจจะสั่งเพียงครึ่งตัวก็ได้ในราคา 130 บาทเท่านั้น

หมี่กรอบกุ้ง เมนูนี้ก็เป็นตำนานรองลงมาจากไก่ย่างชายทะเล สำหรับหมี่กรอบกุ้งทางร้านมีให้ลูกค้าเลือกลิ้มรส 3 ขนาด ได้แก่เล็ก กลาง ใหญ่ ที่เห็นในภาพเป็นจานขนาดกลางราคาประมาณ 240 บาท มีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องปรุงที่สดใหม่ หอมอร่อย รับประทานกับใบกุยช่าย


เมนูปูจ๋า เป็นเมนูที่ขึ้นชื่อของร้านอีกเช่นกัน ใครที่เคยรับประทานปูจ๋าจากร้านอื่นๆ จะต้องบอกว่าแตกต่าง เพราะที่นี่ใช้เนื้อปูสดๆ แน่นๆ พร้อมกลิ่นหอมของเนื้อปู เมื่อรับประทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงรสชาติความอร่อย หากบีบมะนาวปรุงรสอีกนิด จิ้มน้ำจิ้มอีกหน่อย ก็อร่อยได้ในราคาฝาละหรือชิ้นละ 135 บาท


เมนูผัดจับฉ่ายไหหลำ สูตรเฉพาะที่ภัตตาคารเป็นอาหารจีนที่ลูกค้าหลายคนนิยมเลือกรับประทาน ที่เรียกว่าไหหลำเพราะได้สูตรที่เป็นตำนานจากเมืองจีน มีให้เลือกตามขนาดที่ต้องการทั้ง เล็ก กลาง ใหญ่ โดยเมนูนี้เลือกใช้ผักสดๆ กว่า 10 อย่าง ใช้วัตถุดิบที่สด สะอาด
ใส่กุ้งสดและผักสารพัดหน้าตาออกมาแล้วดูดี ที่สำคัญรสชาติก็ไม่ธรรมดา โดยจานขนาดกลางราคาอยู่ที่จานละ 280 บาท

เมนูสลัดผักกาดแก้วกุ้งทอด มีขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ เช่นกัน ใช้ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ แตงกวา หอมใหญ่ กุ้งทอดตัวโตๆ กรอบๆ เสิร์ฟพร้อมกับครีมสลัด พิเศษตรงที่น้ำครีมสลัดเป็นสูตรจากทางร้านทำขึ้นมาเอง เมื่อทานเข้าไปจะได้สัมผัสความแน่นของเนื้อกุ้งในขนาดกำลังพอดีคำ โดยเมนูนี้เหมาะสำหรับ ทุกคนที่รักสุขภาพเพราะทานแล้วไม่อ้วน


กุ้งแชบ๊วยผัดผงกะหรี่ ถ้าเป็นร้านอื่นๆ ก็จะเห็นว่าเขาเลือกใช้ปูเนื้อ หรือปูนิ่ม ซึ่งยังไม่เข้าถึงรสชาติความอร่อย แต่ที่ ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ เลือกใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโตๆ นำมาผัดผงกะหรี่ คิดราคาตามน้ำหนักของกุ้ง ที่เห็นก็จะเป็นกุ้งไซส์ใหญ่ ราคาขีดละ 160 บาท


เมนูซุปเต้าหู้เศรษฐี เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ รับประทานเป็นอาหารว่างยามบ่ายหรือรับประทานเป็นอาหารหลักก็ได้ ทำไมจึงเป็นเต้าหู้เศรษฐี ก็เพราะว่าใช้วัตถุดิบชั้นดี คัดเกรดและคุณภาพเป็นหลัก เช่น ปลิงน้ำแดงทะเล เยื่อไผ่ หน่อไม้ทะเล กระเพาะปลาสด เม็ดมะม่วง และกุ้ง
รับประทานคู่กับน้ำจิ้มจิ๊กโฉ่ว พริกไทยป่น โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แล้วคนให้เข้ากัน อร่อยจนต้องยกซด เมนูนี้มีทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่
ที่เห็นเป็นขนาดกลาง ราคา 480 บาท

สำหรับพิกัดความอร่อยของภัตตาคารจันทร์เพ็ญสาขาแรกนั้น ตั้งอยู่ที่ ถ.พระราม 4 ตรงข้ามกับสนามมวยลุมพินี และติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีลุมพินี โทร. 0-2679-7930-1, 0-2287-1535-6 เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 -22.00 น.
ส่วนสาขาที่สอง อยู่ที่ถนนรามอินทรา กม.12.5 ใกล้กับโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี โทร.0-2917-8707-10

ที่มา : http://review.edtguide.com
 Rewrite โดย : PremiumMate

บทความนี้จัดทำโดย www.PremiumMate.com เว็บไซต์หาคู่ สื่อกลางสำหรับคนไทยวัยทำงานคุณภาพ เพื่อค้นหาเพื่อน หาแฟน หาคู่ ด้วยตนเอง ทางเราจึงขอสงวนสิทธิ์ การคัดลอกเนื้อหาทุกบทความของทางบริษัทฯ

กรณีต้องการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิง กรุณาติดต่อที่ webmaster@premiummate.com เท่านั้นค่ะ